| Amorntep 的个人资料Zuncx 2 you : Travel Lov...照片日志列表 | 帮助 |
|
Zuncx 2 you : Travel Loverเมื่อการเดินทาง เป็นเหมือนศาสนาใหม่ของผู้คน 7月27日 รอเวลาการเดินทางครั้งใหม่ช่วงนี้ อ่านหนังสือสอบ ทำโปรเจค เตรียมงาน ชีวิตวุ่นวายพอสมควร เบื่อๆ อยากๆ เลยดูรูปเที่ยวที่เคยไปมา ดูๆแล้วก็เอา ลงสเปซอวดชาวบ้านดีฝ่า เหอๆ
รถไฟ แถวๆอุตรดิตถ์ เมื่อตอนไปลำปาง เม.ย. 49 ทางรถไฟแถวนี้บรรยากาศดีมากๆ มีภูเขา ลำธาร หมอก เจ๋งจริงๆ รถไฟราคาถูก(เมื่อยตูดเมื่อยหลังนิดหน่อย) กับวิวสวยๆ กำไรสองเด้ง
หน่วยพิทักษ์ป่า อช.แจ้ซ้อน ลำปาง เม.ย. 49 หน่วยพิทักษ์ป่าแจ้ซ้อน ได้ไปตอนเซอเวย์โรงเรียนสำหรับออกค่ายเมื่อตอน ปิดเทอมซัมเมอร์ ปี 49 ที่โรงเรียนบ้านแม่แจ๋ม ไปทางเดียวกับ อช.แจ้ซ้อน
เป็นครั้งที่สองที่ได้ไปแถวนั้น คืนนั้นฝนตกทั้งคืนอากาศก็เลยหนาวมากๆ ทั้งๆที่อยู่ในเดือนที่ร้อนที่สุดของปี
ภูสอยดาว ตุลา 48
ภูสอยดาว ที่เที่ยวแนวนี้ที่แรกที่ไปกับเพื่อนสนุกๆ ขำๆ เหนื่อยๆ หลังจากนี้นั้นก็ มีโอกาส มีเงินเมือ่ไรเป็นต้องเที่ยว
ไปภูสอยดาวเดือน ตุลา น้ำก็ไม่มากเท่าไร ดอกหงอนนาคก็น้อยแล้วด้วย แต่โดยรวมก็โอเค สวยดี มีลานสน กลางคืนเห็นพระจันทร์ดวงเบ้อเริ่ม
ภูสอยดาว ตุลา 48
ไปเที่ยวครั้งนี้ ได้เอากล้องมาใช้อย่างจริงๆจังๆ เป็นครั้งแรกเหมือนกัน ก็เป็นจุดเริ่มต้นให้สนใจเรื่องการถ่ายรูป เดี๋ยวนี้ถ้าไม่มีกล้องก็ไม่เที่ยว ถ้าเที่ยวไม่มีกล้อง มันรูสึกเหมือนขาดๆ ยังไงไม่รู้ กล้องตัวนี้ก็ ใช้ตั้งแต่ ม.6 จนถึงตอนนี้เลย ถึงมันจะไม่เจ๋งเท่าไร แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีล่ะน่า ไว้มีตัง จะถอย D-SLR เจ๋งๆ มาเล่นกะเค้าบ้าง
เขาหลวง จ.สุโขทัย ตุลา 49
ทริปนี้ตอนแรกว่าจะไป อช.คลองตรอน จ.อุตรดิตถ์ ไปขึ้นภูเมี่ยงกัน แต่ว่าโทรไปเช็คที่ อช. เจ้าหน้าที่บอกว่า ฝนมันตก ไม่เหมาะจะเข้าไปเที่ยว เลยเปลี่ยนเป็น เขาหลวงซะ
วางแผนภูเมี่ยงกันเป็นเดือน แต่เปลี่ยนแผนมาเป็นเขาหลวง 3 วันก่อนเดินทาง
เขาหลวง จ.สุโขทัย ตุลา 49
ไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ผานารายณ์กัน นั่งห้อยขาเสียวโคตร ทริปนี้ไปกัน 9 คน การเดินขึ้นเขาหลวง ทางชันโหดใช้ได้ ระยะทางไม่ไกล แต่ชันนนนนนน
ปาย ตุลา 49
กลับจากเขาหลวงได้ไม่กี่วัน ก็เดินทางอีกแล้ว คราวนี้ไปถึงปาย เมื่องที่ใครๆก็ไปกัน ไปกันทำไมฟระ อยากรู้เลยไปมั่ง ในรูปเป็นที่ซุกหัวนอนเจ๋งดี 200 บาท/คืน
ปาย ตุลา 49
ไปเดือนตุลา ข้ากำลังออกรวงพอดี รูปนี้คือ ที่ซุกหัวนอนที่เดียวกับภาพก่อนหน้านั่นแหละ ชื่อ misty view แปลว่า มุมมองหมอก มั้ง
ปาย ตุลา 49
ตู้ไปรษณีย์ ยอดฮิต
อช.ห้วยน้ำดัง ตุลา 49
ตามสูตร ไปเที่ยวปาย ก็ต้องพ่วงห้วยน้ำดังด้วย เขานิยมไปดูทะเลหมอกกัน แต่ตอนที่ไปหมอกมันเยอะจนไม่เห็นอะไรไกลๆ เลย อดเห็นดอยหลวงเชียงดาว แต่ก็ได้ ภาพหมอกๆ มาเยอะ กว่าหมอกจะจางก็ 9 เก้าโมง เห็นทะเลหมอกเล็กๆ ตามหุบเขา ขากลับไปปาย ระหว่างทางยังมีทะเลหมอกสวยกว่าเลย
น้ำพุร้อนท่าปาย ตุลา 49
กลับจากห้วยน้ำดัง ก็แวะน้ำพุร้อนท่าปายหน่อย ต้มไข่กินกัน เจ๋งดี ไข่ขาวต้มยังไงก็ไม่สุก กินไป 5-6 ฟอง อิ่มโคตร
ปางอุ๋ง บ้านรวมไทย ตุลา 49
แล้วเย็นนั้นก็ไปต่อที่ปางอุ๋ง ไม่มีข้อมูลอะไร นอกจาก คำว่า ปางอุ๋ง กับบ้านรักไทย ไปมั่วๆ นั่งรถตู้ไปลงตัวเมืองแม่ฮ่องสอนแล้ว บังเอิญเจอรถสองแถวรอบสุดท้ายขึ้นปางอุ๋งพอดี
บอกเขาจะไปบ้านรักไทย แต่ความจริงแล้วปางอุ๋งที่จะไปคือบ้านรวมไทยตะหาก ก็งงอยู่ซักพัก แต่ยังไงก็ถึงจนได้ มื้อนี้กินข้าวคนเดียวเพราะเพื่อน ไม่ยอมมาด้วย อยากอยู่ปายต่อ
ปางอุ๋ง บ้านรวมไทย ตุลา 49 ปางอุ๋งตอนเช้า มาคนเดียวนี่มันเหงาแล้วก็หนาวโคตรๆ กลางคืนก็ไม่รู้จะทำอะไร กินแล้วก็นอน ตื่นเช้ามาถ่ายรูป (หนาวโคตร) บรรยากาศก็ดี มีน้ำมีต้นไม้ มีสะพานมีแพ แต่ไม่เจอหงส์ขาวหงส์ดำ (หงส์แดงไม่มี)
ปางอุ๋ง บ้านรวมไทย ตุลา 49
หมอกไม่ค่อยเยอะเท่าไร แต่ก็สวยดี
อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี เทศกาลปีใหม่ ธค 49
ด้านหลังตลาดทองผาภูมิ มีวิวสวยๆ แบบนี้ด้วย ตัวอ.ทองผาภูมิก็ไม่ใหญ่มาก เดินรอบพอไหว ไปครั้งหลังไปเดินหาซื้อเค้ก สำหรับให้วันเกิดรุ่นน้องเดินรอบตลาดก็ไม่มีขาย ต้องสั่งทำ ล่วงหน้า 3 ชั่วโมงเท่านั้น
เขื่อนเขาแหลม กาญจนบุรี ธค 49
ก่อนขึ้นเขาโล้น ก็มานอนแพที่เขื่อนเขาแหลมกัน 1 คืน ก็ไม่มีไร เล่นน้ำ ตกปลา กินเหล้า ทำกับข้าว ตื่นเช้ามาก็เล่น น้ำพายเรือ(รั่วๆ)เล่น เรือลำที่ใช้ข้ามระหว่างฝั่งกับแพ มันรั่วพายๆไป น้ำเข้ามาต้องคอยวิดน้ำออก แล้วทีนี้น้ำมันเริ่มเยอะ ก็รีบๆ วิด วิดไปวิดมา ดันทำไอ้ที่วิด หลุดมือ ลอยน้ำไปไกล ซวยชิบๆๆๆ ดีนะที่ใกล้ถึงฝั่งแล้ว
เขื่อนเขาแหลม กาญจนบุรี ธค 49
เขาโล้น กาญจนบุรี ธค 49
หลังจากนอนแพกันวันรุ่งขึ้นก็เดินขึ้นเขาโล้น เขาเล็กๆ พื้นที่ข้างบนเล็กว่าสนามฟุตบอลอีกมั้ง แต่วิว สวย 360 องศาเลย มองเห็นเขื่อนเขาแหลมด้วย
แต่ตอนนี้เขาโล้นเป็นอดีตไปแล้ว เพราะมีการก่อสร้าง สถานีเรดาห์ ปิด ห้ามขึ้น สภาพพื้นที่น่าจะถูกปรับเปลี่ยน ไปแล้ว
เขาโล้น กาญจนบุรี ธค 49
คืนนี้ได้เค้าท์ดาว เข้าสู่ปีใหม่ บนยอดเขาเป็นครั้งแรกเลย (แถมด้วยติดตามข่าว บึ้ม กทม 7-8 จุดเป็นระยะๆ ทางโทรศัพท์ ใช่แล้ว บนนั้น สัญญาณโทรศัพท์ชัดโคตร)
เขาโล้น กาญจนบุรี ธค 49
ลงจากเขาโล้น ทางลงกับทางขึ้นเป็นคนละทางกัน ขาลงก็ชันเอาเรื่อง แถมลื่นอีกตะหาก ดินมันร่วนเป็นฝุ่นเลยไม่ค่อยเกาะตัวกัน เดินๆไปนี่พุ่งล้มเอาง่ายๆ
เกาะเสม็ด มีนา 50
ไปเกาะเสม็ดครั้งแรก ช่วงกำลังฝึกงานพอดี เบื่อเช็งๆ เลยหาเรื่องเที่ยวซะงั้น ไปครั้งนี้ทำให้ค้นพบว่า ไปทะเลคนเดียวนี่มันไม่เจ๋งเอามากๆ
เกาะเสม็ด มีนา 50
เกาะเสม็ด มีนา 50
ร้อนแสดดดดดดดดด ทำเปี้ยวเดินเลาะชายหาด กองหิน จาก อ่าวไผ่ ไปท้ายเกาะ ภูกระดึง พค. 50
วันหยุดยาวช่วงฝึกงาน ก็เลยไปภูกระดึงกัน คิดจะไปตอน 4 โมงเย็น ชวนเพื่อนแล้ว เดินทางตอน 4 ทุ่ม ของวันนั้นเลย กระทันหันแบบโคตรๆๆ
ภูกระดึง พค. 50
ฝนตกทุกวัน ไม่เห็นดวงอาทิตย์เลย แต่ได้วิว หมอกๆเยอะ ป่าก็เขียวๆ ทากรึ่ม เจ๋งดี
ภูกระดึง พค. 50
สังเกตในรูป มองไม่เห็นวิวอะไรทั้งสิ้น เพราะหมอกเมฆ เยอะแสรด
ไปภูกระดึงครั้งแรก ก็เจอทั้งฝน ทั้งทาก เลย กะจะเข้าป่าปิด็กเข้าไมได้เจ้าหน้าที่ ไม่ให้เข้าซะง้าน
ภูกระดึง พค. 50
ภูกระดึง พค. 50
ตอนกำลังจะลงจากภูกระดึง ก็มีฝนส่งท้ายที่ปากทางลง แล้วหลังจากนั้นก็ แดดร้อนตลอดดดด เออ พอจะกลับ ฝนหายซะง้านนน
อยุธยา ไปอยุธยาบ่อยๆ ทั้งไปรถที่บ้าน ไปรถไฟ ไปรถทัวร์ เดินทางสะดวกดี ไปหลายครั้งเหมือนกัน ล่าสุดนี่ไปคนเดียว เมื่อเดือน พค. เพื่อถ่ายรูปโดยเฉพาะเลย
อยุธยา อยุธยา อยุธยา
---------------------------------------------------------
รอเวลาที่จะได้เดินทาง... อีกครั้ง ถ้าเข้ามาอ่านแล้วมีประสบการณ์เดินทางดีๆ ก็เอามาเล่าสู่กันฟังบ้างนะครับ 4月16日 Mission completeภารกิจที่เสร็จสิ้น
ความรับผิดชอบในงาน ค่ายอาสาพัฒนา มก และ ตำแหน่งหน้าที่ก็ได้ หมดวาระลงอย่างไม่เป็นทางการไปเรียบร้อยแล้ว จากปีหนึ่งที่อยากรู้ อยากลอง
จนปีสอง ที่เรียนรู้ ค้นหา มาปีสาม ต้องลงมือทำ มุ่งมั่น ท้อถอย เบื่อ ฮึดสู้ หลีกหนี จนในที่สุดตอนนี้ มันก็เสร็จสิ้นเกือบจะสมบูรณ์แล้ว เหลือเพียงสรุปงาน และส่งผ่านภารกิจให้ชาวค่ายรุ่นต่อไป การทำงานค่ายนั้น กำลังใจสำคัญที่สุด บ่อยครั้ง ที่อยากจะวางมือ อยากจะถอยหนี และบ่อยครั้ง ที่วางมือ และถอยหนีจริงๆ แต่สุดท้าย ก็ได้กำลังใจจากเพื่อน พี่น้อง ให้กลับมา
สิ่งที่ได้รับ คือความอดทน อดทนต่อความเห็นที่แตกต่าง อดทนต่อการแก่งแย่ง อดทนต่อการโอ้อวด
ที่รู้สึกได้ถึงการได้รับจากการทำงานค่ายอาสา คือทำให้รู้ถึงความแตกต่างของคน ทำให้มองสังคมมนุษย์อย่างเย็นเยือก บ่อยครั้ง ที่ไม่พอใจแต่ต้องปล่อยวาง เพราะความแตกต่าง แต่บ่อยครั้งที่ไม่พอใจก็แสดงความไม่พอใจออกมา แต่ก็ไม่ช่วยให้ผลลัพธ์นั้นดีแต่อย่างใด ถึงวันนี้ ต้องขอบใจเพื่อนรุ่น ที่ร่วมกันฟันฝ่ากันมา มีผิดใจกันบ้างมากน้อย ไปตามเหตุการณ์ จะไม่กล่าวคำขอโทษใคร มันเหมือนตบหัวแล้วลูบหลัง
แต่จะปล่อยวาง ปล่อยผ่าน ทุกอย่างไป เก็บไว้แต่ความทรงจำที่ จะเลือนรางไปตามกาลเวลา
ต้องขอบคุณ พอ่แม่ ที่ส่งเสริมให้ทำกิจกรรม
ต้องขอบคุณ รุ่นพี่ที่น่าเคารพรัก และไม่น่าเคารพรัก ที่ช่วยกันหล่อหลอม รุ่นน้อง ให้ทำงานได้
ต้องขอบคุณเพื่อนรุ่น ที่ร่วมงาน ทั้งขัดแย้ง ทั้งร่วมมือ จากวันแรกจนวันสุดท้าย
ต้องขอบคุณ กำลังใจ จากทุกคน
ต้องขอบคุณ น้องๆค่าย ที่ทำให้ รู้สึกสุขใจ เมื่อได้เห็นน้องๆ ออกค่ายด้วยมีรอยยิ้มและน้ำตา
ต้องขอบคุณ . . .โชคชะตาในวันนั้นเมื่อเกือบสามปีก่อน ที่นำพาชีวิตเข้ามาสู่งานค่ายอาสา
. . . . . จบ 10月8日 อารมณ์ดีสอบเสร็จแว้ว
จะได้ ออกค่ายแว้ว
จะได้ เที่ยวแว้ว
จะได้ พักแว้ว
จะได้ รู้เกรดแว้วว (แต่เทอมนี้คงแย่หน่อย)
มีฟามสุขๆๆๆ
หลายเรื่องๆที่ ทำให้เครียด ค่อยคลี่คลาย สบายๆๆ
อารมณ์ดี เหอๆ
รูสึกว่ามีครอบครัวที่ดี เพื่อนที่ดี พี่ที่ น้องที่ดี อยากให้ รู้สึกดีๆ อย่างงี้ตลอดไป
วะฮ่าๆๆๆ ปิดเทอมเฟร้ยๆๆๆๆๆ
ปล ช่วงวันที่ 20 กว่าๆ จนถึงเปิดเทอม ไปแอ่วเหนือกันมั้ย หาเพื่อนไปอยู่ ไปแบบ ตะลอนๆ จนๆ เหอๆๆ
6月27日 introduction to liveไม่มีเรื่องอะไรจะอัพเท่าไร มีแค่ว่า
วันที่ 30 นี้ เวลา 22.00 กูจะรอหัวเราะเยอมัน
ให้สะจายยยยยยยย ว่าจะแพ้ฟ้าขาว คาบ้านรึป่าว
ต้องรอดูๆๆ
5月6日 ออกสำรวจโรงเรียน แล้วก็แวะเที่ยวซะเรยเมื่อวันที่ 27 เมษา ที่ผ่านมาเป็นวันที่ออกเดินทางไปสำรวจโรงเรียนสำหรับออกค่ายอาสาปีหน้ากัน
ก็ได้เลือก จ.ลำปาง กับ จ.แพร่ เป็นพื้นที่เป้าหมายการสำรวจ ก็สำรวจได้โรงเรียนที่เหมาะสมมาจังหวัดละ 1 โรง
แต่ด้วยเหตุผลต่างๆ และเหตุต่างๆ ทำให้ ไม่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นสถานที่ออกปฏิบัติงานค่ายครั้งต่อไป
แล้วก็ ขณะออกสำรวจ ก็ได้พักงาน 1 วันแวะเที่ยวกัน 555 แล้วก็หลังจากสำรวจเสร็จก็ คุยกันว่าจะไปเที่ยวต่อกัน ที่เชียงใหม่ ซะงั้น
การเดินทาง ก็ไปจังหวัดลำปางกันโดยรถไฟ ออกจากบางเขนประมาณ 22.30 ได้ ถึงลำปางประมาณ 10 โมงเช้า
ตอนช่วงจังหวัดอุตรดิตถ์วิวสวยดี เป็นภูเขา สูงๆ ลำธาร ข้างๆทางรถไฟ เวลารถไฟเลี้ยวโค้ง มองออกไปสวยดี
เมื่อถึงจังหวัดลำปางก็เดินทางต่อไป อ.แจ้ห่ม ไปพบ ผอ.โรงเรียนบ้านแม่แจ๋ม เพื่อจะไปโรงเรียนบ้านแม่แจ๋มกันต่อ
ระหว่างทางไป เป็นทางขึ้นเขา ลงเขา เลี้ยวโค้ง ไปตลอดทางเลย เป็นทางที่เชื่อระหว่าง อ.เมืองปาน กับ จ.เชียงใหม่น่ะ
อยู๋ในเขต อช.แจ้ซ้อน เมื่อถึงโรงเรียนก็ ได้เห็นสภาพโรงเรียน ถือว่าเป็นสถานที่ที่เหมาะกับการตั้งค่ายที่หนึ่ง เมื่อเก็บข้อมูลกันเป็นที่เรียบร้อย ผอ.ก็พาไปพักบ้านพักของหน่วยพิทักษ์ป่า ของ อช.แจ้ซ้อน ที่พักสวยมากๆเลย บรรยากาศก็ดี อยู่บนเนินเขา ตอนกลางคืนหนาวมากๆฝนตก ตื่นเช้ามา เมฆลอยต่ำเต็มยอดเขาไปหมด สวยโคตรๆ แล้วก็เดินทางออกจากพื้นที่กัน ระหว่างทางก็แวะสำรวจโรงเรียนตามทางเรื่อยมา แต่ว่าโรงเรียนในพื้นราบส่วนใหญ่ไม่ค่อยขาดแคลน
จากนั้นก็ไปจังหวัดแพร่ ไปสำรวจโรงเรียนที่ อ.สอง ติดกับ จ.ลำพูนเลย เป็นโรงเรียนบนภูเขาอีกเช่นกัน ก็ได้ข้อมูลมาพอสมควร
วันรุ่งขึ้นก็เดินทางออกจากพื้นที่ อ.สอง ไป อ.ลอง ระหว่างทาง มี อช.ดอยผากลองอยู่ ก็เลย ว่าจะหยุดพักที่นี่ 1วัน เพราะวันนี้เป็นวันอาทิตย์ แล้วก็นัดเขตพื้นที่การศึกษา ไว้ว่าจะเข้าไปวันจันทร์ วันนี้ก็เลยถือโอกาสกันเลย 555
อช.ดอยผากลองมีกิจกรรมให้ทำหลายอย่างมาก ทั้งโรยตัวหน้าผา ล่องแก่ง เดินป่า ปั่นจักรยาน แต่ว่าไม่ได้ทำไรเท่าไร เดินขึ้นไปดูภูเขาหินประการังอย่างเดียว เพราะไม่ค่อยมีเวลาเท่าไร
ตอนไปถึง อช.ที่นั่นไม่มีนักท่องเที่ยวเลย เจ้าหน้าที่ก็พาไปจุดกางเต้นท์ แล้วก็พาไปซื้อของ ที่ร้านค้าในหมู่บ้าน
กลับมาถึงก็ กินดื่มกันที่บ้านพักเจ้าหน้าที่นั่นแหละ นั่งก๊ง นั่งคุย พี่ จนท ก็ดีดกีต้า ร้องเพลง ไป สบายๆ ไม่รู้คุยถูกคอกะพี่แกมท่าไหน ก๊งกันยันเที่ยงคืน กูก็เอากะเขาด้วย 555
ส่วนไอ้โอ๊ตก็คนดีไม่ดื่มเหล้า นอนหัวค่ำ ก็นอนพักผ่อนไป ตื่นมาวันรุ่งขึ้นกะจะออกจาก อช. ซักแปดโมง แต่พี่ๆ เขาชวนกินข้าวก็เลยกินกันก่อน 555(เขาอาจจะชวนตามมารยาท แต่พวกกูก็รีบเลยคับ กะลังหิว ไม่มีเสบียงกันด้วย) ได้กินอาหารพื้นเมืองด้วย เหอๆ ทั้งแกงเห็ดตับเต่า แอบถั่วเน่า อะไรอีก จำไม่ค่อยได้ แต่จำชื่อพี่ จนท ได้ 2 คน พี่นุ กับพี่ ขน ว่างๆจะแวะไปรบกวนอีกนะเพ่ ให้การต้อนรับดูแลดีมากๆเรยยยย สายๆ พี่ขนก็พาออกมาโบกรถเข้าเมืองคับ มีคนใจดีแวะรับด้วย
นั่งกันซักพักก็ถึง อ.ลอง
เมื่อถึง อ.ลองก็เริ่มงานกันคับ ติดต่อเขตพื้นที่ที่นัดไว้ เขาก็มีรถมารับพาไปโรงเรียน บ้านแม่จองไฟกับบ้านแพะทุ่งเจริญ
เก็บข้อมูลกันเป็นที่เรียบร้อย ก็ เป็นเวลาประมาณ บ่าย 3 ของวันจันทร์ เป็นวันกำหนดกลับ กทม ของพี่แกม ก็เลยมาที่ สถานีรถไฟเด่นชัยกัน พี่แกมก็ได้ตั๋วรถกลับ กทม เป็นที่เรียบร้อย ขอบคุณพี่แกมมากคับที่มาช่วยสำรวจและให้คำแนะนำต่างๆ ส่วนพวกเรา 3 คน โอ๊ต นิก กู ก็ตีตั๋วเชียงใหม่คับ รอบ 4 โมงกว่าๆ ถึง เชียงใหม่ เกือบ 4 ทุ่ม
ก็พักกันในโรงแรมในม.เชียงใหม่นั่นแหละ (คล้ายๆ KU HOME) วันรุ่งขึ้นก็มีเจ้าถิ่นพาเที่ยวเมืองเชียงใหม่คับ รวมถึงทัวร์ มช.ด้วย เหอๆ ไอ้โอ๊ตก็ไม่เป็นอันทำไร เอาแต่เหล่สาว มช.คับ จะว่าไปหาว่าโม้ สาว มช.นี่เดินมา 10 ขาว ซะ 8
วันแรกของเชียงใหม่ก็ไปวัดไปอะไรตามเรื่องคับ อากาศร้อนดี เหอๆ ตกกลางคืน ก็ได้โรไปหาพี่เย้า56 พี่ก็เลยชวนออกมาร้านดังๆแถวนั้น ก็ดีคับ กินกันเล็กน้อย แล้วก็กลับเข้า มช. ประมาณ ตี 2
วันที่สองพวกเราไป สวนสัตว์ เชียงใหม่กัน เหอๆ รายการเที่ยวแบบไม่ได้เตรียมข้อมูลมาคับ ก็เลยไปไหนไกลไม่ได้อยู่แถวๆ เมืองนั่นแหละ (จิงๆแล้วตังจะหมดแล้วตะหาก)
เดินดูสัตว์ใน สวนสัตว์กันไปเรื่อยๆ คับ ไปตรงโซนแพนด้าด้วย แต่ไม่ได้เข้าไปดู พอจะกลับก็เดินๆ หาทางออกกันคับ เดินไปวิ่งไป งงคับว่าทางออกอยู่ไหน สวนสัตว์มันอยู๋บนภูเขาอะคับ ก็เลย เหนื่อยกันพอหอมปากหอมคอ สุดท้ายยอมจ่ายตัง 20 บาท ขึ้นรถบริการในสวนสัตว์ ตอนรถมันเลี้ยวโค้งเยอะๆอะคับ แล้วมันเป็ฯทางเอียงด้วย รถมันหักไม่พอหน้ารถเลยไปชนกับแผงกันระหว่างถนนกับหน้าผา ทีนี้เขาก็พยายามถอยหลัง แต่ว่า ไม่เป็ฯผลคับ ล้อฟรี ควันขึ้น รถไม่ขยับ มีแต่เสียง กร๊อบๆ ของแผงเหล็กที่ถูกรถเบียดลงไปเรื่อยๆ เสียว โคตรๆ สุดท้ายก็เลยลงจากรถกันหมด ลงมาเข็นรถขึ้นไปก่อนแล้วค่อยเลี้ยวใหม่ ก็ผ่านไปด้วยดี ลงจาก สวนสัตว์กัน ไปเอาของแล้วก็ไปสถานีรถไฟกันคับ จะไปรถไฟรอบ 4 โมงเย็น พอไปถึงช่องขายตั๋ว ได้ความว่า ตั๋วรอบ 4 โมงหมดคับ เวงจิงๆ เลยซื้อรอบ เกือบ 4 ทุ่มมา
เวลาว่างก็เยอะ เลยไปเดินเล่นกาดหลวงกันคับ ซื้อของ เดินข้ามน้ำปิงไปดูวัดด้วยวัดไรจำชื่อไม่ได้ ที่มีภาพถ่ายของเชียงใหม่ในอดีตเยอะๆอะ สักพักก็ข้ามกลับมาฝั่งตลาด นิก กะ พี่นก ไปซื้อลิ้นจี่มา นั่งกินกันริมน้ำ บรรยากาศดีแฮะ น้ำปิงตอนค่ำๆ กับสะพานนวรัฐ พอใกล้เวลาก็กลับ สถานีรถไฟ ถ่ายรูปกะป้าย สถานีเชียงใหม่เป็นธรรมเนียมปฏิบัติ แล้วก็ขึ้นรถไฟ กลับ กทม กัน ถึงรังสิตก็ เที่ยงๆ พอดี เหอๆๆ เหนือยจิงๆทริปนี้ (นั่งรถไฟเหนื่อย)
เพื่อน(พี่)ร่วมเดินทาง พี่แกม นิก โอ๊ต พี่นก(อันนี้เป็นคนพาเที่ยว เชียงใหม่)
ทุกทีเลยเวลาไปเที่ยว บางทีก็เหนื่อยๆ เบื่อๆ ร้อน สนุก ชอบ วิวสวย อยากกลับบ้านบ้าง แต่พอกลับถึงบ้านเอารูปมานั่งดูก็นึกถึงความสนุกความสุข ช่วงที่ไป 555 อยากไปเที่ยวอีกละ แต่บ่มีตัง 555(ขำไม่ออก อดไป)
ริมปิงคับ
ปล. ประโยคเหนือประจำทริป : เปิ้ลฮักตั๋ว เอาไว้บอกสาวเหนือ(พี่ขนบอกมา) 4月19日 คนละทาง คนละอย่าง คนละอุดมการณ์ แต่ก็มีจุดหมายเดียวกัน เล่นลม ไปตามทางที่เหมาะสม ไปตามทิศ ทางลม ไผ่ต่างพันธุ์ต่างเผ่าต่างกอ ไผ่ก็ยัง ต่างสี ดังผู้คนในสังคมเรานี่ ไยจะไม่ต่างกัน คนละทาง คนละอย่าง คนละ อุดมการณ์ แต่ก็มีจุดหมายเดียวกัน เป็น เรื่องราวของชาวไผ่แดง บ้างก็รู้กันอยู่แก่ใจ บ้างก็ฝันกันไป แต่จงจำไว้ก่อนจะสาย อย่า ให้ใครมาสนตะพาย คนละทาง คนละอย่าง คนละ อุดมการณ์ แต่ก็มีจุดหมายเดียวกัน เป็น เรื่องราวของชาวไผ่แดง บ้างก็รู้กันอยู่แก่ใจ บ้างก็ฝันกันไป แต่จงจำไว้ก่อนจะสาย อย่า ให้ใครมาสนตะพาย แต่จงจำไว้ก่อนจะสาย อย่าให้ใครมาสนตะพาย
Artist : เทียรี่ เมฆวัฒนา
ไม่รู้ว่าเพลงนี้แต่งตามแรงขับทางสังคมยุคไหน เหตุการณ์ใด แค่ฟังแล้วมันเป็นข้อคิดดีๆ ลองฟัง ลองอ่านกันนะครับ 4月10日 จะพยายามทำให้ดีที่สุด ตอนนี้ก็รู้เกรดครบทุกวิชาแล้ว เทอมนี้ออกมาค่อนข้างดี
ถึงแม้จะดูไม่มากเมื่อเทียบกับคนอื่น แต่เมื่อเทียบกับความหวังที่วางไว้
มันก็ไม่เลวนะ เป็นเพราะว่าวิชามันง่าย
หรือขยันเรียน หรือ ฟลุ้ก หรือ อาจารย์ปล่อยเกรด
หรืออะไรก็แล้วแต่เถอะ ยังไงก็ทำให้ยิ้มแก้มปริไปหลายวันอยู่ 555
ปีนี้ก็ขึ้นปี 3 แล้ว ในทางการเรียนก็เกือบเลยครึ่งแล้ว
(เหลือเทอโม 1 กับเทอโม 2 ยังต้องตามเก็บอยู่)
ในทางกิจกรรมที่ทำ ชมรมค่ายอาสา ก็จะเป็นปีที่ต้องรับผิดชอบ
โครงการ รับผิดชอบกิจกรรมกันโดยตรงเลยเพราะเป็นกรรมการแล้ว
ตอนนี้ ก็จะพยายามทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ถึงแม้จะมีความสามารถอยู่เล็กน้อยก็ตาม
เอาเถอะ ขอทำให้ถึงที่สุด ทำเต็มความสามารถแน่นอน
บางครั้งก็ไม่ค่อยพอใจกับสิ่งที่ทำออกไป มันดูอ่อนด้อยจริงๆ
บางครั้งก็ ดูจะโง่ๆ คิดอะไรไม่ได้เรื่อง บางครั้งก็ตื้อๆคิดไม่ออกว่าควรทำอะไร ควรทำอย่างไร
ที่เห็นนิ่งๆ เงียบๆ เวลาประชุมน่ะ บางครั้งก็นิ่งเงียบเพราะกำลังคิด แต่หลายครั้งก็นิ่งเงียบเพราะ
ไม่มีความเห็น คิดอะไรไม่ออก หรือเสนอในสิ่งที่มันหลักลอยไร้เหตุผลอยู่บ่อย
ในขณะที่สมองฝ่ายความคิดก็ทื่อๆ ทักษะด้านงานช่างก็เลวร้ายยิ่งกว่า
เอาเถอะ ถ้าวันนี้ยังมีที่ยืนก็คงสานฝันมันต่อไป แต่ถ้าวันไหนไร้ประโยชน์ก็คงไม่อยู่ให้รกตาแน่นอน
.................................................................
มาที่เรื่องของวันนี้ เพิ่งกลับจากยโสธร ถึง กทม ตอน ตีสี่กว่าๆ
มึนๆอยู่มหาลัยได้ซัก 6 โมงครึ่ง ก็กลับบ้าน
กลับถึงบ้านก็ ทำนู่นๆนี่ๆ เที่ยงๆ ก็ออกไปมหาลัยอีก
ไปกองกิจการนิสิต ติดต่อเกี่ยวกับเรื่องชมรมน่ะแหละ
ติดต่อกองกิจ ต้องแต่งตัวให้ถูกตามระเบียบมหาวิทยาลัย
ก็เลยต้องใส่ชุดนิสิต พอไปถึงกองกิจ คนที่จะไปหาดันไม่อยู๋ซะอีก
เวร จริงๆ เจ้าหน้าที่แถวนั้นเลยให้เบอร์โทรมา ก็โทรไปนัดอาจารย์
เป็นพรุ่งนี้ 9 โมงเช้า เออพรุ่งนี้ต้องมาอีกใส่ชุดนิสิตด้วย
ก่อนกลับเดินถึงแถวๆสวนรุกชาติ60ปี ก็นั่งโต๊ะแถวนั้น
โทรเชค กับคนจัดงานแถลงข่าวโครงการกระดานดำกับกระทิงแดง
คุยรายละเอียดงานจนเป็นที่เรียบร้อย ก็เดินออกไปขึ้นรถเมล์กลับบ้าน
ก่อนกลับ แวะไปร้าน โฟโตฮัท ที่ฟิวเจอร์ ไปดูว่า แบตกล้อง
ที่เอาไปเคลมไว้ได้รึยัง สรุปว่ายังไม่ได้ โอ้ ส่งเคลมวันที่ 1 เมษา
วันนี้วันที่ 10 เมษา 9 วันเข้าไปแล้ว นานเจงๆ
แล้ววันนี้ที่ออกไปข้างนอกไม่ได้อะไรเลย เสียไป 1 วัน
เออจริงๆแล้วก็ได้นิดหน่อย เพราะไปนั่งอ่านหนังสือฟรีๆ ที่
บีทูเอส ไป 2-3 เล่ม แต่ไม่ได้ซื้อซักกะเล่ม
......................................................
สำหรับปิดเทอมนี้ ยังไม่ได้ไปเที่ยวเลย อยากไปเที่ยวง่ะ
อย่างน้อยต้องไปให้ได้ 1 ทริป เล็งๆเอาไว้เหมือนกัน
ช่วง 18 - 25 พ.ค. ซัก 3-4 วัน อยากไปสมุย พงัน
ก็ต้องจัดการงานชมรมให้เรียบร้อยก่อน แล้วก็
หวังว่าคงไม่ตรงกับงาน อ.ปองวิทย์ด้วย
อีกอย่างที่อยากจะทำให้สำเร็จก่อนเปิดเทอมคือ
อ่านเทอโม 1 ให้ แตกฉาน 555 ต้องบำเพ็ญตบะหน่อย
เปิดเทอมไปจะได้จุติเป็นเทพเทอโมกับเขาบ้าง
................................................
จ๊บแล่ววว
![]() เกิบน้อยผจญโคลน 1月31日 ร้านครัวค่าย![]() . . . . . . . . . . .
ร้านครัวค่าย นับเป็นจุดสำคัญ
ที่ทำให้ตัดสินใจออกค่ายใหญ่ 20 วันที่ อุบล มีนา48
จะว่าไปก็เหมือนเป็นจุดเริ่มต้นการเลือกที่จะเดินทางเส้นนี้
(ไม่นับตอนออกค่ายย่อยสิงหา 47 เพราะตอนนั้นแค่ลองๆดู)
จากวันนี้เมื่อปีที่แล้ว จนวันนี้ปีนี้ ก็มาระลึกครบรอบ 1 ปีสักเล็กน้อยกันหน่อย
1月15日 ปิดเทอมภาคฤดูร้อนปี49หลังจากสอบกลางภาคที่ทำไม่ค่อยจะได้ ปลายภาคนี้ก็งานหนักโคตรๆ อีกแล้ว แต่ นั่นเป็นเรื่องของการเรียน มามองข้ามชอต ไปที่หลังสอบเสร็จดีฝ่า 555
มีโครงการใหญ่ๆ อยู่ 4 โครงการที่วางไว้
1. ค่ายใหญ่ 10-26 มีนา
2. ทำงานพิเศษ 1 เดือน เดือน เมษา
3. ขึ้นภูกระดึง หน้าร้อน เข้าป่าปิด
4. สำรวจโรงเรียนที่จะไปออกค่ายที่รุ่น 64 เป็นกรรมการค่าย
เริ่มจาก ค่ายใหญ่ ปีนี้จะเป็นค่ายใหญ่ของค่ายอาสาครั้งที่ 40 แล้ว ไปที่โรงเรียน บ้านนาทับควาย จังหวัด หนองบัวลำภู (ค่ายอาสายินดีต้อนรับผู้สนใจออกค่ายร่วมกันทุกคนครับ แม้จะไม่ได้เป็นสมาชิกชมรมมาก่อน เพียงเป็นนิสิตเกษตรไม่ว่าวิทยาเขตไหนก็สามารถไปสร้างโรงเรียนด้วยกันได้ครับ
กลับจากค่ายอาสาแล้ว ก็ ว่าจะทำงานพิเศษ ซักเดือนนึงอะคับ หาเงินเอาไว้ใช้เดินทางในเดือนต่อไป ใครมีงานดีๆ ช่วยแนะนำหน่อยเน่อ
จากนั้นเดือน พฤษภา เป็นเดือนแห่งการเดินทางละครับ
เพราะว่า จะออกเซอเวย์โรงเรียน (คิดเอง เออเองคนเดียว ยังไม่มีเพื่อนไปด้วย) อยากไปดูโรงเรียนแถวๆ ลำพูน ลำปางน่ะ อยากได้โรงเรียนวิวสวยๆ 555
กลับจากเซอเวย์ ก็ว่าจะไปขึ้นภูกระดึงหน้าร้อนคับ ช่วงเดือนเมษา-พฤษภา ช่วงนี้ทางเจ้าหน้าที่เขาจะมีการพาเดินเข้าป่าปิดอะนะ มันดูน่าสนใจดี เดินกันถึกมากๆ ทากเยอะไม่อยากโดนมันดูดเลือดแต่ถ้ามัวแต่กลัวก็คงอดเที่ยว และเหมอืนเดืม ยังไม่ได้บอกใครว่าจะไป ยังไม่มีเพื่อนไปด้วย ใครว่างๆ เดือนพฤษภา ไปเที่ยวป่าปิดด้วยกันมั้ย 555 10月26日 นอนกลางดิน กินกลางใจ กับภูสอยดาว 19 - 21 ตุลา 48จุดเริ่มต้นของการเดินทาง คือ ตั้งแต่ ปิดเทอมฤดูร้อน พ.ค. 48 ที่จัดทริปไปทะเลระยอง แต่ล่มไม่มีใครไป ก็เลยค้างคาตั้งใจว่าปิดเทอม ตุลา ต้องไปเที่ยวให้ได้ ตอนนั้นก็สัญญากับแบงค์ไว้ว่าจะไปภูกระดึงกัน เวลาผ่านมาถึง ช่วงสอบปลายภาค ปี 2 เทอม 1 ก็เลย นั่งหาข้อมูล ไปเที่ยว (เอาเวลาอ่านสือสอบ กับ เวลาหาข้อมูลทำโปรเจค ฟลูอิด มาใช้ 555) ตอนแรกก็ว่าจะไปภูกระดึง ก็ลองๆหาข้อมูลดู รู้สึกว่า ค่ารถแพงไปหน่อย ก็เลยมองๆ หาที่อื่น ไปเจอกับ ภูสอยดาวเข้าให้ ดูรูปดูข้อมูล เท่านั้นแหละ แทบจะเพ้อ อยากไปมากๆ (ได้ข้อมูลจาก trekkingthai.com เยอะมาก) อ่านหนังสือสอบกับเพื่อนก็ชวนคุยเรื่องภูสอยดาวซะเป็นชั่วโมง 55 พยายามชวนกันไปแบบสุดๆ แล้วก็ ชวนเพื่อน สกร ด้วย โพสต์บอร์ดด้่วย ก่อนจะไป (ช่วงสอบนั่นแหละ) ก็ได้เตรียมพร้อมเต็มที่ ไปซื้อของรอไว้เลย ที่ซื้อก็มี ถุงนอน (499 บาท ตอนหลังบิ๊กซีลดราคาเหลือ 450) หม้อสนาม(230 บาท) ขาตั้งกล้อง(229 บาท) เสื้อกันฝน(2 ตัว 34 บาท) แบตเตอรีกล้องสำรอง(1390 บาท) ช้อนปลูกเอาไว้ขุดดิน(27 บาท) ผ้าใบ 2*3 เมตร (90 บาท) ตามแผน ออกเดิืนทางวันที่ 18 ตุลา 20.10 น วันที่ 17 แบงค์ก็ไปซื้อตั๋วรถไฟชั้น3 7 ที่นั่ง (129 บาท ถูกได้ใจมากๆ)) หัวลำโพง-พิษณุโลก เรียบร้อย พอวันที่ 18 ตอนบ่ายๆ แก้วโทรมา บอกว่าไปไม่ได้แล้ววว เพราะดันเป็นไข้เลือดออก(แบบผู้หญิง) อดเลยย แล้วก็พอดีกันอีก ไอ้ไผ่ ตอนแรกไม่ไป ต่อมาเปลี่ยนใจ จะไป เลยเสียบแทน สรุป ก็มีไปกัน 7 คน อาม แบงค์ พลับ โอ ไผ่ พี ต้น วันเดินทางรถไฟออกที่หัวลำโพง 2 ทุ่ม ครึ่ง นั่งกันๆไปเรื่อยๆ หลับๆตื่นๆ ตอนดึกๆ ไม่รู็กี่ทุ่ม ปวดฉี่ก็ลุกไปฉี่ในห้องน้ำรถไฟ ประตูมันเป็นเหล็กเลื่อนๆ อะ ก็ปิดยากเลยกระชากแรงๆ 2-3 ที ถึงปิดได้ แล้วก็ฉี่อย่างสบายอารม มองออกไปนอกหน้าต่างห้องน้ำรถไฟด้วย แต่ทีนี้ พอจะออก ประตูมันตกรางเลื่อนมั้ง เปิดเท่าไรก็เปิดไม่ออก เอาละซีทีนี้เอาไงดีวะกู โทรศัพท์ก็ไม่ได้ติดตัวมาด้วย ช่องหน้าต่างก็ไม่ใหญ่ไม่รู้จะปีนออกได้ป่าว ลองเปิดประตูอีกหลายที แม่งก็เปิดไม่ออก เจ็๋บมือชิบเป๋ง ซวยแล้วกู ทำไงดีวะเนี่ย ลองเอาหัว ลอดหน้าต่างดิ๊ เพราะเคยมีคนบอกว่า ถ้าหัวลอดช่องออกไปได้ตัวก็จะลอดได้ เออ ก็พอลอดได้เว่ย แต่ว่า หน้าต่างแม่งก็สูง ปีนออกไปแล้วจะลงยังไงล่ะเนี่ย ไม่เอาดีกว่า ลองเปิดประตูใหม่ เฮ้อเปิดไม่ออกเว่ยย ทำไงดีวะะะะะ แล้วก็พยายามเปิดประตูต่อไป อีก 10 นาทีได้มั้ง ไม่ออกคับ เจ็บมือชิบเป๋ง ก็เลย ยืนพิงผนังห้องน้ำซักพัก เอาไงดีวะ อ่า ลองอีกทีละกัน กึ้กๆๆ ยกแล้วดันไปข้างหน้าอย่างแรง เย้ดดด ออกแล้วเว่ยยย ไอ้เหี้ยยย โคตรดีใจ เกือบต้องยืนในห้องน้ำไปจนถึงพิดโลกแล้วมั้ยล่ะ กลับมาถึงที่นั่งก็โอเค นั่งๆนอนๆต่อ ตี 1 โทรไปหาไอ้ตู่(ที่อยู่พิดโลก)ว่าจะไปด้วยกันมั้ยย แต่โทรไปกลับมีเสียงใครไม่รู้รับ เสียงมึนๆบอกตู่หลับแล้ว (รู้ทีหลังว่าเสียงพี่เต๋านั่นเอง) อะนะ งั้นไม่รบกวนละกัน เลยวางหู พอซัก ตี 3 ครึ่ง ก็ถึง สถานีพิดโลกคับ ลงจากรถไฟก็มีคนมาถามเลยว่าไป บขส มั้ย คนละ 10 บาท ก็โอเค ไปกัน ถึงบขส(ห่างกันติ๊ดเดียวปรมาณ 3 กิโล) ก็ตอนแรกว่าจะไปรถทัวร์ไปลงชาติตระการ แ่ต่มีรถตู้มาคุย ว่าเหมามั้ยไปภูสอยดาว ก็คุยกันซักพักตกลงราคากัน ซักพัก ก็ไปกัน คนละ 200 มีคนอื่นมาอีก 2 คน รวมเป็น 9 คน 6โมงกว่าก็ถึงตลาดชาติตระการ ลงไปซื้อเสบียงกันคับ ส่วนกลางก็มี ม่าม่า กับไข่ไก่ ด้วยความที่ไม่ได้ตกลงกันให้เรียบร้อย ก็เลย ซื้อมาม่ามา ชนกัน เลยต้องเอาไปคืนบางส่วน คนอื่นๆก็ ซื้อที่อยากกินกันไป ที่ตลาดชาติตระการประทับใจกับน้ำเต้าหู้เขามาก เป็นแบบไม่ใส่เครื่อง ถุงละ 3 บาท 2 ถุง 5 บาท ก็เลยซื้อมา 2 ถุง ปาท่องโก๋อีก 5 บาท เดินซื้อของจนเสร็จยังกินไม่หมดเลย อร่อยแล้วก็เยอะดีจิงๆ แล้วก็ซื้อของที่ อยากกินอย่างอื่นนอกจากมาม่า ก็เลยไปซื้อของกะไอ้พีไอ้ต้น ได้ข้าวสาร ปลาทู ปลาเค็ม แหนม ลูกชิ้นมา แล้วก็ออกเดิืนทางกันต่อ 2 ข้างทาง เป็นภูเขาหมดเลย ข้างๆถนนก็พอมีที่ราบ บ้าง ไม่ค่อยมาก เหมือนถนนตัดผ่านที่ราบหุบเขา ส่วนใหญ่ที่ราบเขาก็ปลูกข้าวกัน ตามเนินๆ ก็ปลูกกล้วยเป็นดงเลย ผ่านบ้านคนมีออกมานั่งผิงไฟกันบ้าง ตัวบ้านก็เป็นไม่ไผ่สาน หลังคามุงจาก ได้บรรยากาศดี ดูว่าความเจริญยังไม่รุกรานเข้ามาถึงที่นี่เท่าไร ซัก 8 โมงครึ่งก็ถึงศูนย์บริการนักท่องเที่ยว อช ภูสอยดาว ก็ไปแปรงฟัน ล้างหน้า ชั่งน้ำหนักของให้ลูกหาบเอาขึ้นไป ก่อนขึ้นต้องลงชื่อ วางเงินกับบัตรประชาชน ประกันขยะด้วยนะคับว่าจะต้องขนลงมา ค่าลูกหาบก็ปาไปพันกว่า แพงดีจิงๆ ของส่วนกลางก็หารกันจ่าย ส่วนตัวก็จ่ายเอง ส่วนตัวกูก็นะ 2 กิโล 30 บาท ค่าถุงนอน 55 ไม่หนักหรอกแต่มันเกะกะเลยขี้เกียจถือเอง เพราะแบกกระเป๋า 2 ใบ กับขากล้องเองแล้ว แล้วก็ถึงจุดเริ่มต้นของการเิดินขึ้นลานสน ภูสอยดาวคับ จุดเริ่มคือน้ำตกภูสอยดาว นั่นเอง ซัก 9 โมง ก็เริ่มออกเดินกันนะคับ เดินไปถ่ายรูปไป ค่อยเดินคับถือคติ ว่าเดินเรื่อยๆ ไม่อยากพลาดบรรยากาศริมทางคับ ถ่ายรูปกระหน่ำเหมือนกันช่วงนี้ (แต่ตอนหลังๆ ที่ใกล้จะถึงนี่ไม่ค่อยได้ถ่ายละ เหนื่อยๆ เลยขี้เกียจ) เดินกันไปเรื่อยๆ คับ ทางเดินคือเดินเลาะลำธารน้ำตกภูสอยดาวขึ้นไปเรื่อยๆ จนถึงระยะหนึ่งก็ตัดขึ้นสันเขาไม่เลาะลำธาร ทางเดินแรกๆคล้ายๆกับตอนไปน้ำตกที่ดอยอินทนนเลย ธรรมดามากๆอะ ทำไมเขาถึงบอกว่ายากกันหว่า ส่วนใหญ่เป็นป่าไผ่ซะมาก เดินไปถ่ายรูปไป เลยทำให้เดินช้าสุดคับ เพื่อนๆ ไปไหนกันหมดแว้ว 55 เดินอยู่คนเดียวมั่ง บางทีไอ้พี ก็รอมั่ง แล้วก็เดินไปทันเพือ่นๆ ตามจุดพัก มั่ง เท่าที่จำได้ เนินแรก เนินส่งญาติ เป็นทำนอง บันไดดิน บันไดไม้ เดินขึ้นตลอดคับ เหนื่อยๆ โคตร ความรู็สึกที่ว่าเดินสบายๆมะกี้มันหายไปไหนหว่า เริ่มรับรู้ถึงความโหดละ แล้วก็เดินผ่านเนินป่าก่อ เนินเสือโคร่ง เนินมรณะ ที่โคตรจะเหนื่อยเลยคือ เนินเสือโคร่งกับเนินมรณะ สูงโคตรๆ แต่ก็พอถึงช่วงนี้ก็มีกะลังใจอะ มันใกล้ถึงแล้วไง พอหลุดจากเนินมรณะมาได้ เห็นป้ายยินดีต้อนรับนี่แทบเข่าอ่อน โคตรจะดีใจ ในที่สุดก็มาถึงซะทีนะ ลานสน แล้วก็ถ่ายรูปกับป้ายผู้พิชิตความสูง 1600 กว่าเมตร นี่แหละจำไม่ค่อยได้ มาถึงประมาณบ่าย 2 น่ะเดินกับเกือบ 5 ชั่วโมง เหอๆ แต่ว่า ยังคับๆ ต้องเดินอีก 300 เมตร ถึงจะถึงจุดกางเต้นท์ เอ้าเดินกันต่อ ทันทีที่หลุดเข้าไปในลานสน อากาศเย็นๆนี่เข้ามาปะทะกับหน้าเลย ทั้งๆที่ตรงเนินมรณะนี่ร้อนโคตร เห็นดอกหงอนนาคของจริงซะที หลังจากดูในเวบมานาน ลานสนเป็นลานกว้าง มีต้นสนเพียบ มีป่าต้นน้ำเล็กๆ ( ย้ำว่าเล็กๆ ประมาณไร่นึงได้ เป็นต้นกำเนิดของลำธารเล็กที่น้ำใสแจ๋ว เย็นเจี๊ยบ ไว้กินไว้ใช้บนลานสน) แล้วก็มีต้นหญ้ากับดอกไม้อีกหลายชนิดเหมือนกันแต่ ดอกไม้ไม่ค่อยเยอะเท่าไร เดินไปเดินมาก็ถึงบ้าน จนท. บนลานสน ก็เอาของที่ลูกหาบเอาขึ้นมา เช่าเตาถ่านด้วย แล้วก็หาทำเลกางเต้นท์กันคับ เต้นท์มี 3 หลัง เดินข้ามลำธารเล็กๆ ไป แล้วก็เจอที่เหมาะๆ กางเต้นท์กันคับ พีเอาเต้นโดมหลังใหญ่มา แบงค์ พลับ ต้น ก็เลยนอนเต้นใหญ่กัน แล้วก็มีเต้นท์โดมเล็ก อีก 1 ไผ่กะโอนอนหลังนั้น ส่วนกูนอนกะไอ้พี เต้นกูเอง เต้นท์ 3 เหลี่ยม จัดการเรื่องเต้นท์ แล้วก็ไปอาบน้ำ ห้องอาบน้ำนี่ทำจากไม้สนน่ะแหละ ประตูนี่มีรอยแตกเพียบ ต้องไปตักน้ำเองนะ เขาจะมีถังน้ำกับขันไว้ให้ ตักน้ำที่ลำธารหลังห้องน้ำนั่นแหละ ห้องส้วมก็เหมือนกัน น้ำเย็นโคตรๆ เรียกว่าเย็นชาก็ไม่ผิดอะ แต่อาบแล้วก็สบายตัวดี กลับมาเต้นท์ก็เริ่มเตรียมของกินกันละคับ อาหารเย็นบนลานสนภูสอยดาว เอาแหนมมาเสียบไม้ปิ้งกัน ลูกช้งลูกชิ้น ไก่ย่างที่เหลือจากมื้อกลางวัน ปิ้งกินกันซะ ต้มมาม่าด้วย พอดี แบงค์เอาเตาแก๊สไป สะดวกดี ส่วนกูกะพี เอาหม้อสนามไป ของกูก็เป็นแบบรัสเซีย ของพีเป็นแบบไอ้กัน กูกะพียังจำสูตร จปร. ได้คือ หุงข้าวหม้อสนามแล้วทำไข่ตุ๋นใส่มาม่าบนลิ้นหม้ออะ ก็เลยเอามาทำที่นี่ด้วย เจ๋งมากๆ เกลี้ยงทุกมื้อ พอพระอาทิตย์จะตกดินก็รีบวิ่งไปอีกด้านนึงของลานสน เป็นขอบหน้าผาอะ ดูพระอาทิตย์ตกกัน ถ่ายรูปด้วย สวยดีๆ พระอาทิตย์ ภูเขา กิ่งสน เงาคนย้อนแสง เจ๋งมากๆ พอตกดินเรียบร้อยก็เดินกลับเต้นท์กัน ที่นี่พอมืดก็มืดโคตรอะ มืดมากๆ ลากเอาผ้าใบไปปูนอนดูดาวกัน ดาวเพียบนับล้านเลย เห็นทางช้างเผือกด้วย ผ้าใบมันก็ผืนไม่ใหญ่เท่าไรอะนะ นอนกัน 3-4 คนก็เต็มผืน กูก็เลยนั่ง เพื่อนก็นอนหนุนตัก คือไอ้คนนอนอะไม่เท่าไรหรอก แต่กูอ่าดิ นั่ง แล้วข้างหลังกูนี่มืดมากๆ เสียวหลังชิบเป๋ง ดูดาวได้ซักพัก กูก็ไม่ไหวละ ไปดีกว่า กลับเต้นท์ 555 กลับมาเต้นท์ พลับ แบงค์ ต้น ก็เข้านอนกัน เหลือ กู พี ไผ่ โอ นั่งล้อมวงกัน รอบ เทียน 1 เล่ม 555 เพราะจุดกองไฟไม่ติด ซักพัก กูเริ่มอยากกินลูกชิ้นปิ้ง เลยไปค้นๆเสบียงมาปิ้งแหนมปิ้งลูกชิ้นกินกัน 555 มีแอบกินกันรอบ 2 พวกนอนหลับ อด เหอๆ ซัก 2 ทุ่ม จากที่มะกี้มืดสนิท ก็เริ่มสว่าง พระจันทร์ดวงบะเอ้บ โผล่จากขอบภูเขา สวยมากๆ เลยถ่ายรูปไว้ซะเพียบ ซัก 4 ทุ่มก็เข้านอนกัน นอนถุงนอน ใส่เสื้อกันหนาว อุ่นสบายมากๆ เจ๋งจริงๆ ถุงนอนอันนี้ ส่วนพี ไม่มีถุงนอนนะคับ ก็นอนหนาวไป กูก็นะ แทนที่จะแผ่ถุงนอนออก ไม่เลยคับ นอนคนเดียว ปล่อยให้ไอ้พีมันนอนหนาว 55 ตอนเช้าตั้งใจจะรีบตื่นมาดูพระอาทิตขึ้นกับ หมอกที่มักจะลงจัดตอนเช้า ก็เลยตื่นตั้งแต่ยังสลัวๆเลย ตื่นมา ทำไมเต้นมันกองๆ ตรงทางออกหว่า อ้าวว เต้นท์ล้มนี่หว่า ปลุกไอ้พีก่อน เต้นท์ล้มช่างมัน ไปเดินเล่นก่อนดีกว่า ออกไปก็ตามสูตรคับ ไปดูหลักหมุดปรเทศไทย-ลาว แล้วก็เดินต่อไป ผ่านทางแยกไปน้ำตกมอสด้วย แต่มีป้ายบอกว่าห้ามลงไปคับเพราะเป็นเขตประเทศลาว เดินต่อไปที่จุดสุดบนลานสน เดินขึ้นอีกแล้ว 555 ขึ้นไปก็สวยดี ลมเย็น ถ่ายรูปกัน แล้วก็ลงกลัีบมาที่เต้นท์ หาไรกินกัน เหมือนเดิมคับ หุงข้าว พร้อมไขุ่ตุ๋นใส่มาม่า ปิ้งลูกชิ้น ต้มมาม่า กว่าจะกินกันเสร็จก็เที่ยงๆ บ่ายๆ เดินไปน้ำตกสายทิพย์อยู่ใกล้ๆ ไม่ไกลมาก ลงไป น้ำเหลือน้อยละ แต่ก็เย็นเฉียบอยู่ดี ตามก้อนหินนี่มอสเกาะเขียวไปหมดเลย แต่ยุงเยอะไปหน่อย 555 ขึ้นมาจากน้ำตกสายทิพย์ก็ว่าจะไปน้ำตกหลุมพบกันต่อ ถามทาง จนท แล้วก็เดินกันมั่วๆ เพราะเป็นน้ำตกค้นพบใหม่ยังไม่ทำป้ายบอกทาง เดินกันไปจนเจอทางน้ำแห้งๆ ทางเดินนี่รกโคตรๆ ก็เลยเดินกลับ (คือหาไม่เจอนั่นเอง) มานั่งพักที่เนินหนึ่งบนลานสน แบตกล้องมาหมดเอาตรงนี้อะ นั่งคุยกันไป ชักหนาวแฮะลมก็แรง เลยลงนอนกับพื้น ค่อยยังชั่วลมเบาๆแดดอุ่นๆ เผลอหลับไปเฉย ตื่นอีกทีก็เห็นไอ้พีเอากล้องมาถ่ายกูตอนนอน แล้วก็เดินกลับเต้นท์กัน ถึงเต้นท์ก็เริ่มกระบวนการกินอีกรอบ คราวนี้ ไอ้โอกับไอ้ไผ่ เตรียมฟืนเตียมเชื้อไฟอย่างดี ยังไงคืนนี้ต้องก่อกองไฟให้ได้ กูก็ขนเอาของสดที่มีทั้งหมดมาเตรียมจะกิน เพราะพรุ่งนี้ก็ลงละ ปลาเค็มเอามาเสียบไม้ปิ้งไว้กินกับข้าว ก็ได้หลายไม้อยู่ แต่พอจะกินกับข้าวมันหมดแล้วคับทั่นเพราะกินเล่นกันหมด 555 มื้อเย็นนี้ก็เหมือนเดิม คือ ข้าว ไข่ตุ๋นปลากระป๋อง ต้มมาม่า ต้มยำปลากระป๋อง ลูกชิ้นปิ้ง น้ำพริกนรกปลาย่าง แล้วก็มีทีเด็ดไอ้ต้นคับ นั่นคือ... น้ำปลาพริกที่มันหั่นพริก เผ็ดสะเด็ดคับ ตกกลางคืนก็ตั้งวง slave กันในเต้นใหญ่น่ะ เล่นกันไปได้ซัก 4 ทุ่มก็เริ่มง่วงละคับ นอนดีกว่า ตื่นเช้ามาก็ไปถ่ายรูปอีกนิดหน่อย แล้วก็เก็บของเตรียมลง กัน ขาลงเดินเร็วกว่าขาขึ้นนิดหน่อย บางช่วงนี่เดินกึ่งวิ่งเลยเพราะมันทางลาดเดินช้าๆจะ เมื่อยขาคับ เลยปล่อยไปตามแรงโน้มถ่วง วิ่งๆอยู๋ดี ขาพลิกลงไปกองซะอย่างงั้นอะ 555 ระหว่างทางก็เดินสวนกับคนที่เพิ่งขึ้นหลายกลุ่มเลย พอลงมาถึงก็ อยากเล่นน้ำตกโคตรๆ แต่ก็ไปตกลงเรื่องรถเข้าอำเภอน้ำปาดก่อน แล้วก็มาแช่น้ำตก เย็นโคตรๆ อะ สะใจมากๆ ซักพักก็ขึ้น ไปอาบน้ำเปลี่ยนชุด กินข้าว เตรียมลง ตอนลง นั่งรถกระบะลงกัน ลมเย็นตีหน้า สองข้างทางเป็นภูเขาเป็๋นป่า ได้อารมมากๆ สบายๆ เลยเผลอหลับไป สภาพของบ้่านเรือนจากภูสอยดาวไปน้ำปาดนี่แตกต่างกับ จากชาติตระการมาภูสอยดาวมาก ทางฝั่งทางไปน้ำปาด บ้านเริ่มเป็นทรงตะวันตก คล้ายๆในเมือง บางทีก็ผ่านบ้านคนรวยที่ดูรวย สร้างทำนองรีสอร์ทเลย แล้วก็ถึงน้ำปาด 3 โมงกว่า รอรถหวานเย็นแปบนึง 3 โมงครึ่งก็มา ขึ้นกันไปลง บขส อุตรดิต 39 บาท แ้ล้วก็นั่งรถ ทัวร์ วินทัวร์ กลับมา กทม 290 บาท รถหรูดีแฮะ รถออก 6 โมง รถมันขับซอกแซกไปในสุโขทัยอยู่นานพอสมควร จน 2 ทุ่มน่ะถึง บขส สุโขทัย ซัก 5 ทุ่มกว่าๆ ก็จอดแวะกินข้าวต้มที่นครสวรรค์ ถึงรังสิตประมาณ ตี 2 ได้ ก็ จบ ลงตรงนี้กับทริปภูสอยดาวว ง่วงแล้ว เด๋วจะมาปรับปรุงต่อ เพราะนี่เขียนคร่าวๆ ไปตั้ง 3 วัน เขียนแค่ 3 ชั่วโมงก็คงไม่ค่อยเจ๋ง ดูรูปได้ที่ http://pg.photos.yahoo.com/ph/zuncx/my_photos นะ 6月17日 จะจบที่ E60 จริงๆหรือกระแสกำรังแรง กับเรื่องของการรับน้อง มหาวิทยาลัยเกษตร มีคำสั่งให้นิสิตยุติกิจกรรมสอนน้องร้องเพลงทุกชนิด ไม่ว่าจะ เพลงคณะ เพลงมหาวิทยาลัย (รวมถึงบทเพลงพระราชนิพนธ์เกษตรศาสตร์) ไม่รู้ว่า ผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมือง ได้ไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนดีหรือยัง ไม่รู้ว่า เขาเหล่านั้น รู้หรือไม่ว่า กิจกรรมสอนน้องร้องเพลง กับ กิจกรรมรับน้อง มันคนละเรื่องกัน ไม่รู้ว่า จะมีทางออกยังไงกับภาวะสุญญากาศขณะนี้ ไม่รู้ว่า จะเป็นอย่างไร ถ้าน้อง ร้องยอมพลีไม่เป็น ไม่รูจักเลือดวิษณุ ไม่เคยบูมคณะ ไม่รูจักที่มาของดงตาล หรือน้องอาจจะไม่มีโอกาสได้ร้อง "โบกสะบัดพัดปลิวดูพริ้ว ลิ่วลม...." ไม่รู้ว่า จะเป็นอย่างไรเมื่อน้อง รุ่นนี้ขึ้นเป็น senior freshy ของน้องๆ จะเป็นยังไง ไม่รู้ว่า น้องๆ จะได้รุ่น E61 หรือไม่ แต่ทุกอย่างไม่ใช่ความผิดของน้องรุ่นนี้เลยแม้แต่น้อย มันเป็นเพราะอะไร... ไม่อยากคิดให้เจ็บใจ ร่วมกันหาทางออกกันเถอะ เห็นน้องๆ ปี 1 รวมตัวกันเพื่อแสดงความเห็น แสดงจุดยืนด้วย การการทำต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการรวมกันที่สนามอินทรีย์ ติดป้ายประกาศ รวมถึง พี่ๆ ที่ทำคัทเอาท์ที่มีข้อความ ให้อ่านแล้วชะงักอยู่เหมือนกัน แต่น้องๆ ที่อยากจะเข้าเชียร์ ขอถามก่อนว่าทำไม.... เพราะอยากรู้ว่ามันเป็นยังไง หรือ ว่าอยากเข้าเพราะอยากเข้าจริงๆ ต้องการเป็น E61 อย่างเต็มภาคภูมิ หรือไม่ ไม่ใช่พอถึงเวลาก็ไม่อยากจะเข้า โดดบ้าง อะไรบ้าง....
โดยส่วนตัว การยกเลิกกิจกรรมรับน้องถือว่าเล็กน้อย แต่กิจกรรมสอนน้องร้องเพลงนี่สำคัญมาก ไม่น่ายกเลิก สำหรับปีนี้ หากไม่สามารถฝืนมติของมหาวิทยาลัยได้ ก็อยากจะเสนอว่า E60 ควรเข้าเชียร์ให้น้องๆดู มีใครเห็นด้วยมั้ย...
6月5日 การเดินทางคือการค้นหาชีวิตวันนี้เพิ่มชื่อ space title จาก "zuncx2you" เป็น "zuncx2you การเดินทางคือการค้นหาชีวิต" จริงๆแล้วก็คือ อยากลองเดินทางไปในสถานที่ต่างๆ ที่ไม่เคยไปเพื่อลองค้นหาอะไรๆในสถานที่นั้นๆดู แล้วก็อยากเดินทางไปในสถานที่ที่เคยไปแล้วแต่ยังไม่ค่อยคุ้นเคยเท่าไร บางทีการเดินทางอาจจะเป็นการเปิดโอกาสให้เราได้พบช่องทางการดำรงชีวิตในรูปแบบที่เราไม่คุ้นเคยหรือเราไม่เคยรู้ว่ามันมีแบบนั้นอยู่ก็ได้ หรือคิดง่ายๆ ก็คืออยากไปเที่ยวนั่นแล้ เพียงแต่ มันอาจจะดูมีคุณค่ามากกว่าการท่องเที่ยวถ้าเป็นการเดินทางที่ทำให้เราได้แง่คิด ได้ค้นพบบางสิ่งบางอย่าง ได้รูจักนิสัยใจคอของตน ของเพื่อนร่วมทาง ได้อะไรที่มากกว่า การเรียนในมหาวิทยาลัย การนั่งอ่านเรื่องราวจากอินเตอร์เนต หรือ จากสื่อต่างๆ ... ว่างๆ ไปเที่ยวกันมั้ย 555 จะเป็นใครก็ได้ เที่ยวแบบค้นหา เดินทางด้วยรถไฟ รถทัวร์ หรือแล้วแต่สถานการณ์จะพาไป ขึ้นเขา ไปทะเล ดูเมืองเงียบๆ แบบที่อยากไป เอาเหอะ ขอฝันไว้ก่อน ว่าแต่ ไปด้วยกันมั้ยล่ะ
6月4日 อนาคตที่ยังไม่มาอย่าไปกังวล ?ชีวิตของคุณก็ไปวันๆ เรื่อยๆ ทำกิจกรรม เรียนในด้านที่คุณคิดว่าอนาคตดี คุณดูมีความสุขกับชีวิตประจำวัน และดูมีความหวังกับชีวิตในวันข้างหน้า แต่ก็ยังขาดๆเกินๆ เรื่องความรัก แล้ววันนึง คุณได้รับรู้ว่า ชีวิตที่ดูจะมีความหวังของคุณ มันไม่มีทางจะไปถึง คุณพบว่าคุณเป็นโรคร้าย ที่รักษาไม่หาย คุณจะอยู่ถึงวันที่คุณหวังได้หรือไม่.... คุณไม่รู้ คุณ... คุณ ผม มึง เอ็ง น้อง พี่ หรือคนที่ผ่านมา คุณจะทำยังไงกับเวลาที่คุณมี
คุณอาจคิดว่าเป็นคำถามที่เห็นกันบ่อย เห็นจนชิน ผมก็เบื่อๆกับคำถามนี้ แต่เมื่อภาวะการเหล่านั้นมาอยู่ใกล้ตัวเรา มันทำให้นึกถึงคำถามนี้ขึ้นมา ผมอยากรู้จิงๆว่าคิดกันว่าอย่างไร....
อนาคตที่ยังไม่มาอย่าไปกังวล >>> เป็น title ของ zuncx's space มันดูขัดกับการเขียนครั้งนี้ดี เลยเอามาตั้งเป็นหัวข้อของการเขียนนี้ 5月28日 Return27 พ.ค. 48 เลี้ยงรุ่น สกร รุ่นที่ 6
ไปโรงเรียน อีกครั้งหลังจากไม่ได้ไปซะนาน โรงเรียนเปลี่ยนไปเยอะเลย พัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น ก็ดีใจกับรุ่นน้องด้วย สำหรับเพื่อนๆ บางคนที่ไม่เจอกันตั้งแต่จบก็ได้มาเจอกัน เปลี่ยนแปลงกันบ้างไปตามเวลา ไม่ค่อยได้คุยกะเพื่อนๆ เท่าไรเพราะกุเอาแต่กินซะงั้น 555 แถมโต๊ะที่นั่งกินกันก็มี เกี้ยม เมย์อัม แอ้น นอต แนท ตี๋ ต้อม เปรียว ส่วนใหญ่ก็คุยกันใน msn อยู่แล้ว บางคนก็เรียน มก. ด้วยกันเหอๆ แต่ก็ดี เฮฮาหนุกหนาน ดีว่ะ วันนี้ใส่เสื้อ รับน้องกลุ่ม ไปด้วย เหอๆ โคตรชอบคิดว่าเจ๋งดี เพื่อนๆแต่ละคน เปลี่ยนไป เริ่มจาก ฝ้ายเพียงใจ ดูสวยขึ้นว่ะ มุกก็ดูดีขึ้นอะ หวานนี่ผอมลง แถมยังตู้มๆ มาอีก กุละงง ต้อมก็ผมยาว คล้ายตูนบอดีสแลมเล้ยย ไอ้หมออิ๊ก ก็ผมยาว มาทรงเดียวกะตี๋เลย เด๋วนี่ตี๋แม่งเป็นเด็กวิดวะไฟโคตรเซอร์ ไอ้แนท ไม่ค่อยเปลี่ยน 555 นอทก็ดูเป็นผุ้ใหญ่เลยว่ะ พี่ตี๋นี่ยังเหมือนเดิม(ยืมเมมโมรีก่อนนะ) แล้วก็เพื่อนๆห้องอื่นที่เปลี่ยนแปลงกันไป ส่วนเกี้ยมกะเกียรติ เมอัม แอ้น แอน นี่เจอบ่อยเลยไม่ค่อยเห็นการเปลี่ยนแปลง แล้วกุล่ะ เปลี่ยนไปบ้างป่าววะ คิดว่าไงกันมั่ง
อาหารก็อร่อยดี ต้องขอบคุณเพื่อนๆ คณะกรรมการนักเรียน รุ่น 06 ที่สละเวลามาเตรียมงานด้วยนะครับ
พอประมาณ 4 ทุ่มก็ไปเที่ยวกันต่อ ไม่รูเขาเรียกว่าไร ร้านที่มีแสดงดนตรี เปิดเพลง แล้วก็ขายเหล้าอะ ผับ หรืออะไรทำนองนี้มั้ง พี่ตี๋ ขับรถไปส่งถึงหน้าร้านเลยด้วย ที่ไปกันก็มี ไอ้หมออิ๊ก ไอ้เบิรฺด นร.ตำรวจ ไอ้นัดบู่ ไอ้รีม ไอ้หยก ตี๋ เกี้ยม แนน เบิร์ดพง ไอ้ปั๊ก ที่หน้าร้านเดินไปชนใครไม่รู้กูก็ขอโทษดิ ยิ่งป้อดๆ อยู่ ก็ยืนรออยู่หน้าร้านซักแป้บ ไอ้นั่นแม่งก็เดินมาชนอีก กุก็คิด ไอ้ห่าจะหาเรื่องกูเหรอวะ แต่มันดันยิ้มๆ แล้วก็คุยโทรศัพท์ต่อ กูก็งงดิ ทีนี้ไอ้เบิด ไปทักมัน กุก็เพิ่งเข้าใจ เพิ่อนเก่านี่หว่า แต่นึกชื่อมันไม่ออก สรุปคือ มันคือ ไอ้บอล ห้อง 3 เฉยย พอเข้าไปในร้านก็นั่งได้ซักพัก เจอไอ้เกรทใหญ่ (เพื่อนที่คณะ เกรทโยธา) อ้ายห่า โลกกลมชิบ ก็เลยเดินไปโต๊ะพวกมัน เจอไอ้เกรทเล็ก ไอ้โน๊ต แล้วก็เพื่อนมัน แล้วก็กลับมาที่โต๊ะกู นั่งกินไป เต้นไปซักพัก สังเกต ทั้งร้านแม่ง มีแต่คนหน้าคุ้นๆ พวกโรงเรียนเก่ากุเพียบเลยนี่หว่า จำหน้าได้แต่ไม่รู้จักชื่อ 555 จู๋ม กับนุ้ยก็มาด้วยว่ะ ได้ดูนางงามเต้นด้วยเว่ย กินไปกินมาซักพักก็เริ่มมึนๆ เต้นกระจาย หนุกดีเหมือนกันว่ะ เที่ยงคืน ร้านปิด ก็ข้ามถนนมาฝั่ง มธ. จะกลับบ้าน แต่ว่า... ดันมีคนคิดจะไปต่อกันอีก กูก็มีเหรอจะไม่ไป เหอๆๆ ก็ไปอ่าดิวะ ตอนแรกไอ้เบิร์ดโย่ง บอกจะไป มันบอกไปคุยกะรู้นพี่แปบ ก็ยืนรอกันริมถนน รอตั้งนานแม่งทำไมนานจังวะ โทรไปหา เบิร์ดบอก กูอยู๋ตรงเซเว่น บางขันแล้วจะกลับบ้านละ อ่าวววไอ้เจี้ยยย ส่วนแนน ก็จะกลับบ้านเพราะดึกมากละเบิร์ดพงเลยนั่งแทกซี่ไปส่ง สรุปที่ไปต่อก็มี เกี้ยม หยก รีม ตี๋ เอ ไปร้าน ทวิสดั๊ก ที่ข้างๆ มกท. อะ ร้านแม่งลึกลับชิบเป๋ง ชั้นล่างเปิดเป็นร้านอาหารตามสั่ง ชั้น 2 ขายเหล้าเปิดเพลง ชั้น 3 โต๊ะสนุ๊ก ก็นั่งกินกันไป มึนๆ มีเด็กเที่ยวแถวนั้นมาชนเหล้าด้วย แม่งยังเอาแฟนมันมาพูดให้ไอ้เอจีบอีก กุละงง ไอ้ตี๋กินเยอะไปหน่อยเลยเมาหนักสุด เหอๆ ร้านปิด ตี 3 ก็ ออกจากร้านกัน จะกลับละ ไปนอนบ้านไอ้รีม กว่าไปถึงบ้านมันกว่าจะนอนก็เกือบ ตี 4 ละ โอ้ววว ตอนเช้าเสือกตื่นเช้าอีก 6 โมงครึ่งก็กลับบ้าน มาแบบมึนๆ เลย เหอๆ แม่ทัก กินเหล้ามาเหรอ ลมหายใจกลิ่นเหล้าออกเลย กุก็คับๆ ก็กินคับ มะคืนไปเที่ยวผับกะเพือน ผลก็คือ แม่กุไม่ว่าไร แค่บอก อย่าไปบ่อยละกัน เออ ดีเว่ยบ้านกู กินเหล้าก็ไม่ว่า เที่ยวกลางคืนก็ไม่ว่า แต่ก้อาจเป็นเพราะตอนนี้ปิดเทอมมั้ง ถ้าเปิดเทอมคงโดนด่าเละแน่เลย เอิ้กส์ เด๋ว 2 3 4 มิถุนา ไประยองอีก 555
5月16日 ปิดเทอมภาคฤดูร้อนปิดเทอมภาคฤดูร้อน (ปกติก็เรียกว่า ปิดเทอมใหญ่น่ะ) ตอนประถม ปิดเทอมใหญ่ ก็ อยู่บ้านมั่ง อยู่บ้านยาย มั่ง ตอนนั้นชอบปิดเทอมมากได้หยุดได้เล่นที่บ้าน
พอขึ้นมัธยมตอน ม.ต้น ปิดเทอมใหญ่ ก็ อยู่บ้านมั่ง บ้านตามั่ง พอม.ปลาย ปิดเทอม ไปเรียนพิเศษเรียนแทบทุกวัน ยิ่งตอนม.6 นี่เรียน พิเศษเยอะโคตร
ตอนนี้ อยู่มหาลัย ปิดเทอมใหญ่ ไปค่าย แล้วก็เรียนซัมเมอร์ เรียนซัมเมอร์เขาว่าง่ายกว่าภาคปกติ ก็จริงข้อสอบง่ายกว่า แต่ว่า มีน สูงกว่าภาคปกติโคตรๆ ซัมเมอร์หน้าก็คิดดีๆ ก่อนลงเรียนละกัน
5月1日 เขตเศรษกิจพิเศษเคยได้ยินข่าวมาว่า รัฐบาลได้ออก พรบ.เขตเศรษฐกิจพิเศษ ไปได้ซักพักแล้ว เห็นว่ามีคนคัดค้านกันพอสมควรแต่ก็เป็นไปอย่างเงียบ แล้วก็ไม่ได้สนใจอะไรมาก วันพฤหัส ซื้อ aday weekly มา มันแถมหนังสือเกี่ยวกับ พรบ. เขตเศรฐกิจพิเศษด้วย น่าสนใจดี ว่าจะเอาบางส่วนมาลง space เป็นการช่วยเผยแพร่ข้อมูล ความเป็นไป มันอาจจะมีประโยชน์บ้าง ไว้ว่างๆ จะเอามาลงละกัน +++++++++++++++++++++++++ ลอก + แต่งเติมจาก หนังสือที่แถมมากับ a day weeky ฉบับที่ 50 เขตเศรษฐกิจพิเศษ คือ เขตพื้นที่ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อประโยชน์ และสะดวกในการดำเนินกิจการบางอย่าง เช่น ท่องเที่ยว อุตสาหกรรม การเกษตร หรือการบริการ ซึ่งผู้ประกอบการในเขตเศรษฐกิจพิเศษจะได้รับสิทธิพิเศษมากมาย ด้านภาษีด้านเงินทุนด้านแรงงาน และอื่นๆ เขตเศรษฐกิจพิเศษจะได้รับเงนสนับสนุนจากรัฐ แต่จะไม่ถูกบังคับด้วยกฏระเบียบข้อบังคับแบบรัฐวิสาหกิจหริอองค์กรมหาชน รัฐบาลเชื่อว่าพื้นที่แต่ละพื้นที่จะมีศักยภาพในการพัฒนาแต่ละด้านต่างกัน จึงควรให้มีเขตเศรษฐกิจเฉพาะ แต่ละเขตจะมีอำนาจบริหารงานที่เบ็ดเสร็จเพื่อความก้าวหน้าของการพัฒนา เขตเศรษฐกิจเป็นอาณาบริเวณที่ให้อำนาจรัฐอย่างครอบจักรวาล เพียงเหตุผลที่ว่า เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างมีประสิทธิภาพ รัฐก็สามารถทำได้แทบทุกอย่าง ................. ยังไม่จบ
4月23日 หมาเหงาๆดูรูปหมา แล้วรู้สึกอะไรบ้าง มันเหงาๆ ว่ามั้ย อืม เท่านี้ จบ.
ไอ้ตัวนี้เป็น หมาที่ค่ายดงตาลอาสา ที่นครสวรรค์ เรียกมันว่า หมาค่ายหมายเลข 1
Lonely Dog 4月21日 สอบกลางภาคจะสอบอีกแล้ว ( ปีการศึกษา 2548 ภาคฤดูร้อน ) แมนโซ กับ สแตติก เรียน ท่อง จำ สอบ ลืม เรียน ท่อง จำ สอบ ลืม วนไปเรื่อยๆ เห้ย ชมรมไรวะ เข้าไปดูกัน...นิสิตปี 1 เข้าใหม่ ยังไม่มีชมรม
มันเริ่มต้นจาก วันเปิดโลกกิจกรรม ที่บังเอิญเดินผ่านบูธของชมรมค่ายอาสา
> > แบบจำลองอาคารเรียน 1 หลัง > > รูปถ่ายที่แปะไว้เต็มบอร์ด > > พี่ชมรม 2-3 คน
กับเพื่อน 1 คน แบงค์ สมัครชมรมนี้ พร้อมกับได้รับพวงกุญแจ ที่ทำจากไม้และมีชื่อชมรมเขียนอยู่ ตอนหลังมีเพื่อนอีกคน ไอ้เกรทมาสมัครด้วย ...................... กิจกรรมแรก ของชมรมนี้ ที่ร่วมคือ ค่ายย่อยเฉลิมพระเกียรติ ค่ายย่อย สร้างสนามวอลเลย์บอล ปรับปรุงอะไรเล็กๆน้อย ที่โรงเรียน อะไรจำชื่อไม่ได้ รู้แต่อยู่ที่ วังม่วง ลพบุรี ก่อนไป ตกลงกับไอ้เกรทว่าจะไปด้วยกัน แต่พอใกล้ถึง มันไม่ว่าง .... สรุปคือ ไปคนเดียว ไปหาเพื่อนใหม่เอาละกัน ..................... วันเดินทาง ก่อนเดินทาง เจอ ปี 1 ด้วยกันที่ชมรม คุยไปคุยมา คณะเดียวกันนี่หว่า เริ่มรูจักคนอื่นบ้างละ ... ตอง ตั้ม โบ้ ..................... จากนั้นก็ได้รูจัก ตั๊ก เจี๊ยบ กุ้งนาง เป๊ก เมาะ นาว ... .................... สิ่งที่ทำ ก็เป็น การเทปูนทำสนามวอลเลย์บอล เมื่อจบค่าย ก็เหนื่อย เมื่อย รู้สึกภูมิใจเล็กๆ ................... สนามวอลเลย์ที่สร้างอาจจะไม่สำคัญ ค่ายแค่ 3 วัน อาจจะน้อยเกินไป แต่มันก็หนุกดีเหมือนกันแฮะ .................. นี่คือจุดเริ่มต้นกับชมรมค่ายอาสา 4月19日 กิจกรรมในชีวิตมหา'ลัยชุมนุม คอมพิวเตอร์ ( ม. ต้น ) ชุมนุม คอมพิวเตอร์ ( ม.4- ม.5 ) ชุมนุม Webpage Club ( ม.6 ประธานชุมนุม อะแฮ่ม ... ) .......................... ปี 1 ชมรมดาบไทย ( เข้าเป็นชมรมแรก ไปซ้อมอยู่เกือบๆ เทอม ตอนนี้ไม่ได้เข้าละ) ชมรม Media Club ( ตั้งใจว่าจะเข้าไปมีส่วนร่วมใน KUcity.com แต่ก็ไม่ได้เริ่มซะที ) ชมรมค่ายอาสาพัฒนา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ( ปัจจุบันก็สิงสถิตย์อยู่ที่นี่ ) .......................... - - -+ชีวิตมหาลัยไม่ใช่มีแต่เรื่องเรียน แต่การเรียนก็ยังต้องมาเป็นอันดับ 1 เสมอ +- - -
|
|||||||||
|
|